ข่มขืนโทษสูงสุดประหารชีวิต(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. 2562)

พระราชบัญญัติ

แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๗)

พ.ศ. 2562

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

ให้ไว้ ณ วนที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคาแนะนาและยินยอมของ

สภานิติบัญญัติแห่งชาติทําหน้าที่รัฐสภาดังต่อไปนี้

มาตรา      ๑    พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา

(ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒”

มาตรา      ๒     พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

มาตรา      ๓     ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๑๘) ของมาตรา ๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา

“(๑๘)   “กระทําชําเรา”  หมายความว่า  กระทาเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทําโดยการใช้

อวัยวะเพศของผู้กระทําล่วงล้าอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น”

 

มาตรา      ๔     ให้ยกเลิกความในมาตรา๒๗๖แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม

โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐และให้ใช้ความ

ต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๒๗๖ ผู้ใดข่มขืนกระทาชาเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กาลังประทุษร้าย

โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารขัดขืนได้หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น

ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี  และปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท

ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทาโดยทาให้ผู้ถูกกระทําเข้าใจว่าผู้กระทำมีอาวุธปืน

หรือวัตถุระเบิด ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท

 

ถ้าการกระทําความผิดตามวรรหนึ่ง

ได้กระทําโดยมีอาวุธ

ปืนหรือวัตถุระเบิดหรือโดยใช้อาวธุ

 

หรือโดยร่วมกระทําความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงหรือกระทํากับชายในลักษณะเดียวกัน

 

ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจําคุกตลอดชีวิต

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทาความผิดระหว่างคู่สมรส และคู่สมรสนั้น

ยังประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกําหนดไว้เพียงใดก็ได้หรือ

จะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติแทนการลงโทษก็ได้ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจําคุก

และคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาต่อไป และประสงค์จะหย่า ให้คู่สมรส

ฝ่ายนั้นแจ้งให้ศาลทราบและให้ศาลแจ้งพนักงานอัยการให้ดําเนินการฟ้องหย่าให้”

มาตรา      ๕     ให้ยกเลิกความในมาตรา๒๗๗แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งแก้ไขเพิ่มเติ่ม

โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ และให้ใช้ความ

ต่อไปนี้แทน

 

“มาตรา ๒๗๗ ผู้ใดกระทําชําเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้น จะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทําแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ต้องระวางโทษ จําคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือจําคุกตลอดชีวิต

ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ได้กระทําโดยทําให้ผู้ถูกกระทําเข้าใจว่า

ผู้กระทํามีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด  ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี  และปรับตั้งแต่สองแสนบาท

ถึงสี่แสนบาท หรือจําคุกตลอดชีวิต

ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ได้กระทําโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด

หรือโดยใช้อาวุธหรือโดยร่วมกระทําความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงหรือกระทํากับ

เด็กชายในลักษณะเดียวกันต้องระวางโทษจาคุกตลอดชีวิต

ความผิดตามที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่งถ้าเป็นการกระทําโดยบุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปีกระทำต่อเด็ก ซึ่งมีอายุกว่าสิบสามปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กนั้นยินยอมศาลที่มีอานาจพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวจะพิจารณาให้มีการคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กผู้ถูกกระทาหรือผู้กระทาความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กแทนการลงโทษก็ได้ในการพิจารณาของศาลให้คานึงถึงอายุประวัติความประพฤติสติปัญญาการศึกษาอบรมสุขภาพภาวะแห่งจิตนิสัยอาชีพสิ่งแวดล้อมของผู้กระทาความผิดและเด็กผู้ถูกกระทําความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำความผิดกับเด็กผู้ถูกกระทํา หรือเหตุอื่นอันควรเพื่อประโยชน์ของเด็กผู้ถูกกระทําด้วย ในกรณีที่ได้มีการดําเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กผู้ถูกกระทาหรือผู้กระทําความผิด ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กแล้ว ผู้กระทาความผิดไม่ต้องรับโทษ แต่ถ้าการคุ้มครองสวัสดิภาพดังกล่าวไม่สาเร็จ ศาลจะลงโทษผู้กระทําความผิดน้อยกว่าที่กฎหมายกําหนดไว้สาหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้   ในการพิจารณาของศาล    ให้คํานึงถึงเหตุตามวรรคห้าด้วย”

มาตรา      ๖     ให้ยกเลิกความในมาตรา๒๗๗ทวิแห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๒๗๗ทวิ ถ้าการกระทาความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๒๗๗

วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทํา

(๑)  รับอันตรายสาหัส ผู้กระทําต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี  และปรับตั้งแต่

สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจําคุกตลอดชีวิต

(๒) ถึงแก่ความตายผู้กระทําต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจําคุกตลอดชีวิต”

มาตรา      ๗     ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๗๗ตรีแห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งแก้ไขเพิ่มเตมิ

โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความ

ต่อไปนี้แทน

“มาตรา๒๗๗ ตรีถ้าการกระทําความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสาม หรือมาตรา ๒๗๗

วรรคสี่ เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทํา

(๑) รับอันตรายสาหัส ผู้กระทําต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจาคุกตลอดชีวิต

(๒) ถึงแก่ความตายผู้กระทําต้องระวางโทษประหารชีวิต”

มาตรา      ๘     ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ของมาตรา ๒๗๘

แห่งประมวลกฎหมายอาญา

“ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทําโดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้าอวัยวะเพศหรือทวารหนักของบุคคลนั้นผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี  และปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท

ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคสองได้กระทําโดยทําให้ผู้ถูกกระทําเข้าใจว่าผู้กระทํามีอาวุธปืน

หรือวัตถุระเบิด ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท

ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคสองได้กระทําโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดหรือโดยใช้อาวุธหรือโดยร่วมกระทาความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงหรือกระทากับชายในลักษณะเดียวกัน ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี  และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท  หรือจําคุกตลอดชีวิต”

มาตรา      ๙     ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๗๙ และมาตรา ๒๘๐ แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๒๗๙ผู้ใดกระทําอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี   โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจาทั้งปรับ

ถ้าการกระทาความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทาแก่เด็กอายุไม่เกินสิบสามปี ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ

ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ผู้กระทาได้กระทาโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กําลังประทุษร้าย    โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้เด็กนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสามแสนบาทหรือทั้งจาทั้งปรับ

ถ้าการกระทาความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสาม เป็นการกระทําโดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้าอวัยวะเพศหรือทวารหนักของเด็กนั้น ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี  และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

ถ้าการกระทาความผิดตามวรรคสี่ เป็นการกระทาแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือจาคุกตลอดชีวิต

ถ้าการกระทาความผิดตามวรรคสี่หรือวรรคห้าได้กระทําโดยทําให้ผู้ถูกกระทาเข้าใจว่าผู้กระทํามีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด  ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี  และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจาคุกตลอดชีวิต

ถ้าการกระทาความผิดตามวรรคสี่หรือวรรคห้า  ได้กระทาโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดหรือโดยใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทาความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงหรือกระทากับเด็กชายในลักษณะเดียวกันต้องระวางโทษจาคุกตลอดชีวิต

มาตรา ๒๘๐ ถ้าการกระทาความผิดตามมาตรา ๒๗๘ หรือมาตรา ๒๗๙ เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทํา

(๑)  รับอันตรายสาหัส  ผู้กระทาต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี  และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจาคุกตลอดชีวิต

(๒) ถึงแก่ความตายผู้กระทาต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจาคุกตลอดชีวิต”

มาตรา     ๑๐     ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๘๐/๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา“มาตรา๒๘๐/๑ ถ้าผู้กระทาความผิดตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๘ หรือมาตรา ๒๗๙ ได้บันทึกภาพหรือเสียงการกระทาชาเราหรือการกระทาอนาจารนั้นไว้เพื่อแสวงหาประโยชน์

โดยมิชอบสาหรับตนเองหรือผู้อื่นต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆหนึ่งในสาม

ถ้าผู้กระทาความผิดตามวรรคหนึ่ง เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งภาพหรือเสียงการกระทาชาเราหรือการกระทาอนาจารที่บันทึกไว้ ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ กึ่งหนึ่ง”

มาตรา     ๑๑     ให้ยกเลิกความในมาตรา๒๘๑แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๒๘๑ความผิดตามมาตราดังต่อไปนี้ เป็นความผิดอันยอมความได้

(๑) มาตรา ๒๗๖วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง ซึ่งเป็นการกระทาระหว่างคู่สมรสถ้ามิได้เกิดต่อหน้าธารกานัลหรือไม่เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทารับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย

(๒) มาตรา ๒๗๘ วรรคหนึ่ง ถ้ามิได้เกิดต่อหน้าธารกำนัล ไม่เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย หรือมิได้เป็นการกระทําแก่บุคคลดังระบุไว้ในมาตรา  ๒๘๕ และมาตรา ๒๘๕/๒”

มาตรา     ๑๒     ให้ยกเลิกความในมาตรา๒๘๕แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา๒๘๕ถ้าการกระทาความผิดตามมาตรา ๒๗๖มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๗ ทวิ มาตรา ๒๗๗ ตรี มาตรา ๒๗๘ มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๐ มาตรา ๒๘๒ หรือมาตรา ๒๘๓เป็นการกระทาแก่บุพการี ผู้สืบสันดาน พี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดา ญาติสืบสายโลหิต ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแลผู้อยู่ในความควบคุมตามหน้าที่ราชการผู้อยู่ในความปกครองในความพิทักษ์หรือในความอนุบาลหรือผู้อยู่ภายใต้อานาจด้วยประการอื่นใดผู้กระทาต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ หนึ่งในสาม”

มาตรา     ๑๓     ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๘๕/๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญา “มาตรา๒๘๕/๒ ถ้าการกระทาความผิดตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๗ ทวิมาตรา ๒๗๗  ตรี มาตรา ๒๗๘  หรือมาตรา ๒๗๙  เป็นการกระทาแก่บุคคลซึ่งไม่สามารถปกป้องตนเองอันเนื่องมาจากเป็นผู้ทุพพลภาพ ผู้มีจิตบกพร่อง โรคจิต  หรือจิตฟั่นเฟือน คนป่วยเจ็บ คนชรา สตรีมีครรภ์ หรือผู้ซึ่งอยู่ในภาวะไม่สามารถรู้ผิดชอบผู้กระทาต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ หนึ่งในสาม”

มาตรา     ๑๔     ให้ยกเลิกความในมาตรา๒๘๖แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๒๘๖ผู้ใดกระทาด้วยประการใดๆ ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินยี่สิบปีและปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือจาคุกตลอดชีวิต

(๑) ช่วยเหลือ ให้ความสะดวกหรือคุ้มครองการค้าประเวณีของผู้อื่น

(๒)รับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณีของผู้อื่นหรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณี

(๓) บังคับ ขู่เข็ญหลอกลวง หรือใช้อานาจครอบงาผู้อื่น หรือรับผู้อื่นเข้าทางานเพื่อการค้าประเวณี

(๔)จัดให้มีการค้าประเวณีระหว่างผู้ซึ่งค้าประเวณีกับผู้ใช้บริการ

(๕)ปกปิดหรืออาพรางแหล่งที่มาของรายได้หรือทรัพย์สินซึ่งได้มาจากการค้าประเวณี

(๖) อยู่ร่วมกับผู้ซึ่งค้าประเวณีหรือสมาคมกับผู้ซึ่งค้าประเวณีคนเดียวหรือหลายคนเป็นอาจิณและไม่สามารถแสดงที่มาของรายได้ในการดํารงชีพของตน

(๗) ขัดขวางการดาเนินการของหน่วยงานที่ดูแลในการป้องกัน ควบคุมช่วยเหลือ หรือให้การศึกษาแก่ผู้ซึ่งค้าประเวณีผู้ซึ่งจะเข้าร่วมในการค้าประเวณีหรือผู้ซึ่งอาจได้รับอันตรายจากการค้าประเวณี

ความในวรรคหนึ่ง(๒)และ(๖)มิให้ใช้บังคับแก่ผู้รับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดซึ่งพึงได้รับตามกฎหมายหรือตามธรรมจรรยา”

มาตรา   ๑๕   ให้ยกเลิกความในมาตรา๓๖๖/๑แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่๒๒)พ.ศ.๒๕๕๘และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา๓๖๖/๑ ผู้ใดกระทาเพื่อสนองความใคร่ของตน โดยการใช้อวัยวะเพศของตนล่วงล้าอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของศพ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจาทั้งปรับ”

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ:-เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือโดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงบทนิยามคาว่า“กระทาชาเรา”ในบทบัญญัติความผิดเกี่ยวกับเพศและบทบัญญัติความผิดเกี่ยวกับศพในประมวลกฎหมายอาญาให้ชัดเจนและสอดคล้องกับลักษณะการกระทําชําเราตามธรรมชาติและปรับปรุงบทบัญญัติความผิดเกี่ยวกับเพศบางประการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและเพื่อให้ความคุ้มครองบุคคลซึ่งถูกกระทําทางเพศกลุ่มต่างๆมากยิ่งขึ้นเช่นเด็กผู้อยู่ภายใต้อานาจของผู้กระทําและผู้ซึ่งไม่สามารถปกป้องตนเองได้อีกทั้งเพื่อป้องปรามมิให้มีการกระทําที่เป็นการเอาเปรียบหรือรับประโยชน์จากผู้ซึ่งค้าประเวณีหรือจากการค้าประเวณีจึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *