ปัจจุบันรัฐบาลได้จัดให้มีโครงการนำร่องที่อนุญาตให้ชาวบ้านอาศัยอยู่ในป่าตราบเท่าที่พวกเขาห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมเจ้าหน้าที่กว่า 50,000 คนจาก 22 หมู่บ้านที่อาศัยอยู่ในป่าทางตอนเหนือของจังหวัดเลยจะไม่ถูกขับไล่หรือลงโทษ

“เฉพาะชุมชนที่มีประวัติความเป็นมาในการปกป้องป่าเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ได้” นายสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมกล่าว

“นี่เป็นแนวทางใหม่ในการจัดการชุมชน – ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ต้องทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องป่า การบังคับให้พวกเขาออกจากป่าไม่ได้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง “เขากล่าว

เนื่องจากปัญหาการบุกรุกป่าปรากฏว่าชาวบ้านที่รัฐกล่าวหานั้น เดิมทีชาวบ้านได้อยู่อาศัยในพื้นที่ป่านั้นมาเป็นเวลานานแล้ว การใช้กฎหมายที่เคร่งครัดโดยไม่พิจารณาถึงข้อเท็จจริงจึงเป็นการขัดแย้งกับความรู้สึกของประชาชน

ยกตัวอย่างกฎหมายที่เข้มงวด คือ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 66/2557 เรื่อง เพิ่มเติมหน่วยงานสำหรับการปราบปราม หยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้

อย่างไรก็ตามก็ยังเป็นการดีที่กฎหมายกำหนดไว้ด้วยว่า ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ยากไร้ ผู้ไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งได้อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมนั้นก่อนคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้

เมื่อครั้งรัฐมนตรีฯ ลงพื้นที่จังหวัดเลย ได้มีปัญหาขึ้นสู่การพิจารณา คือ ปัญหาที่ทำกินกระทบพื้นที่ป่า จึงให้แนวทางในการแก้ปัญหาให้มีการขออนุญาตใช้ที่ดิน โดยที่ดินยังคงเป็นของรัฐ แต่เนื่องจากจังหวัดเลยมีพื้นที่เป็นภูเขาถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ที่ราบเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ ประชาชนมีความจำเป็นต้องอยู่บนพื้นที่สูง ซึ่งกฎหมายเดิมไม่อนุญาตให้อยู่ จึงต้องพิจารณาแก้ไขกฎหมายอย่างไรต่อไป

ต้องยอมรับว่าคนกับป่าที่อยู่ร่วมกันนั้นยังคงมีอยู่ การออกกฎเกณฑ์นโยบายที่ให้ชาวบ้านอาศัยอยู่ในป่าตราบเท่าที่รักษาสิ่งแวดล้อมจึงเป็นทางแก้ที่ละมุนละม่อมมากขึ้น

คณะรัฐมนตรีของประเทศไทยได้มีการร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชนซึ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการป่า เจ้าหน้าที่กว่า 3 ล้านครอบครัวได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่กว่า 2.5 ล้านเฮกเตอร์ (9,653 ตารางไมล์) อย่างไรก็ตามจะเป็นการครอบคลุมเฉพาะป่าสงวนโดยไม่ได้ครอบคลุมอุทยานแห่งชาติซึ่งเป็นที่ซึ่งชาวบ้านกำลังถูกขับไล่

การแก้ไขกฎหมายให้ตรงกับสภาพความเป็นจริงน่าจะไม่ใช่เรื่องยาก เนื่องจากกฎหมายไทยได้ให้ความสำคัญกับชุมชนและป่ามาเป็นระยะเวลานานแล้วและยังเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศอีกด้วย คือ มีการรับรองสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ดิน น้ำไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 และพ.ศ. 2550 เพียงแต่การบัญญัติกฎหมายลำดับรองเพื่อรับรองสิทธิ เช่น พระราชบัญญัติป่าชุมชนยังไม่เกิดขึ้นเท่านั้น

{ 0 comments }

 

เจ้าบ่าวเบี้ยวงานแต่ง เจ้าสาวเรียกค่าเสียหายได้หรือไม่?

               จากกรณีโลกโซเชียลมีการแห่แชร์คลิปขณะที่ถ่ายจากงานแต่งงานแห่งหนึ่งในจ.ราชบุรี ซึ่งเจ้าสาวได้ขึ้นเวทีขออภัยแขกที่มาร่วมงานด้วยเสียงสั่นเครือ หลังเจ้าบ่าวไม่มางานแต่ง ทำให้งานแต่งงานมีอันต้องยกเลิกไป โดยมีใจความว่า ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ตัวเองทำหน้าที่เจ้าสาวได้ดีที่สุดแล้ว ขอบคุณทุกกำลังใจ เหตุการณ์วันนี้ตนไม่ทราบมาก่อนว่าจะเป็นแบบนี้ ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคน เชื่อว่าเพื่อนเจ้าสาวทุกคนคงเป็นกำลังใจให้เจ้าสาวคนนี้ ถ้ามีสิ่งใดบกพร่อง เจ้าภาพดูแลไม่ทั่วถึงต้องขออภัยไว้ด้วย ซึ่งหลังภาพและเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไปชาวเน็ตต่างคอมเมนต์ให้กำลังใจเจ้าสาวกันอย่างล้นหลาม

สำหรับเรื่องเงินสินสอด และเรื่องค่าเสียหาย ที่ฝ่ายเจ้าสาวจะสามารถเรียกร้องจากฝ่ายเจ้าบ่าวได้หรือไม่นั้น ในเรื่องนี้ต้องดูก่อนว่าทั้งสองฝ่ายมีการหมั้นหมายกันแล้วหรือยัง ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้ นาย นิติธร แก้วโต ทนายความอิสระ ได้แสดงความคิดเห็นในโดยระบุว่า เรื่องลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาบ่อยครั้ง ฝ่ายเจ้าสาวไม่สามารถเรียกร้องเงินทดแทนจากฝ่ายเจ้าบ่าวได้ เพราะไม่มีการจัดพิธีหมั้น

ซึ่งหากมีการหมั้นไว้แล้วเจ้าบ่าวเบี้ยว ก็จะเรียกค่าเสียหายได้ เช่น ค่าเสียหายต่อกายหรือชื่อเสียงแห่งชายหรือหญิงนั้น , ค่าเสียหายเนื่องจากการที่คู่หมั้น บิดามารดา หรือบุคคลผู้กระทำการในฐานะเช่นบิดามารดาได้ใช้จ่ายหรือต้องตกเป็นลูกหนี้เนื่องในการเตรียมการสมรสโดยสุจริตและตามสมควร , ค่าเสียหายเนื่องจากการที่คู่หมั้นได้จัดการทรัพย์สินหรือการอื่นอันเกี่ยวแก่อาชีพหรือทางทำมาหาได้ของตนไปโดยสมควรด้วยการคาดหมายว่าจะได้มีการสมรส และหากมีการหมั้น แล้วฝ่ายชายไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น โดยที่คนอื่นก็รู้ว่าฝ่ายชายหมั้นแล้ว ก็เรียกค่าเสียหายจากหญิงอื่นได้

โดยในทางกฎหมายก่อนที่จะมีการแต่งงานจะต้องมีพิธีหมั้นก่อน เพราะถือว่าเป็นการสัญญา เมื่อหมั้นแล้วฝ่ายชายผิดสัญญาของหมั้นจะตกเป็นของฝ่ายหญิงทันที หากมีค่าเสียหายอื่นเกิดขึ้นสามารถเรียกจากฝ่ายที่ผิดสัญญาหมั้นได้แต่ถ้าไม่มีการหมั้น คงทำไรไม่ได้เลย ส่วนจะไปบังคับให้มาแต่งงานไม่สามารถทำได้ เพราะการแต่งงานจะต้องยินยอมกันทั้ง 2 ฝ่าย

อย่างไรก็ตาม นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ให้ความเห็นกรณีดังกล่าวว่า แม้กรณีนี้จะไม่มีการหมั้น อย่างที่มีการกล่าวถึงก่อนหน้านี้ว่า น้องมะนาว อาจจะฟ้องร้องไม่ได้ เพราะตามกฎหมาย เมื่อมีการหมั้น ถือเป็นการที่ฝ่ายชายส่งมอบทรัพย์ให้กับฝ่ายหญิง เพื่อเป็นสัญญาว่าทั้งสองฝ่ายจะสมรสกัน ฝ่ายหญิงสามารถเรียกค่าทดแทน เนื่องจากผิดสัญญาหรือข้อตกลงเกี่ยวกับการสมรสนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1439 ก็ตาม

แต่โดยข้อมูลจากทั้งฝ่ายน้องมะนาวและฝ่ายชายระบุตรงกันว่า ทั้ง 2 ฝ่ายมีการตกลงเรื่องงานแต่งงานกันมาก่อนหน้านี้แล้ว มีพยานเป็นพ่อแม่และญาติของทั้ง 2 ฝ่ายที่ยินยอม และมาตกลงกัน จนมีการเตรียมงานแต่งงาน การถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง และแจกการ์ดเพื่อเชิญแขกมาร่วมงาน จนเป็นที่รับรู้ของคนจำนวนมาก กระทั่งวันงานฝ่ายเจ้าบ่าวกลับไม่มา มีเพียงคนในครอบครัวมาร่วมงานแต่งงาน

กรณีนี้ น้องมะนาวจึงสามารถฟ้องร้องได้ โดยถือว่าเจ้าบ่าวเข้าข่ายความผิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ “มาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย ให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น” ฝ่ายชายถือว่าทำให้น้องมะนาวเสื่อมเสียชื่อเสียง และเกิดความอับอาย นอกจากนี้ ยังสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในส่วนของการเตรียมงานแต่งงาน และค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างรับรู้ร่วมกันด้วย

นายสงกรานต์ยังระบุว่า กรณีนี้หากฝ่ายหญิงต้องการฟ้องร้อง จะต้องรวบรวมหลักฐาน และรายละเอียดค่าเสียหายที่เกิดขึ้น เช่น ใบเสร็จค่าโต๊ะจีน ใบเสร็จค่าใช้จ่ายที่สูญเสียไป และพยานที่จะสามารถยืนยันว่าทั้ง 2 ฝ่ายยินยอมและรับรู้ว่าจะมีการจัดงานแต่งงาน

 

ที่มา : tnnthailand , khaosod , ch7  , @LawByRachaponsLawyer

{ 0 comments }

ประกาศราชกิจจาฯห้ามนำเข้า-ผลิต-จำหน่ายอาหารที่มีไขมันทรานส์

July 16, 2018

ประกาศราชกิจจาฯห้ามนำเข้า-ผลิต-จำหน่ายอาหารที่มีไขมันทรานส์  ไขมันทรานส์ (Trans fat) หรือกรดไขมันทรานส์ (Trans Fatty acid) นั้น เป็นกรดไขมันชนิดหนึ่งที่เกิดจากกระบวนการสังเคราะห์ระหว่างกระบวนการผลิตอาหาร ผ่านวิธีการแปรรูปโดยกระบวนการเติมไฮโดรเจนในน้ำมันพืช ทำให้น้ำมันซึ่งเป็นของเหลวเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอยู่ในรูปของของแข็ง ซึ่งเราเรียกว่ากระบวนการนี้ไฮโดรจีเนชั่น นอกจากนี้ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เคยสำรวจปริมาณไขมันทรานส์ในอาหารและผลิตภัณฑ์อาหาร โดยมีการสุ่มตัวอย่างจำนวน 162 ตัวอย่าง พบว่า อาหารที่มีการปนเปื้อนไขมันทรานส์เป็นลำดับต้นๆ ได้แก่  มาการ์รีน  โดนัททอด   พาย  พัฟและเพสตรี  และ เวเฟอร์ช็อกโกแลต  ตามลำดับ อย่างไรก็ตามไขมันทรานส์กลับเป็นถูกจัดให้เป็นไขมันตัวร้าย เนื่องจากสามารถเพิ่มระดับระดับโคเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL: low-density lipoprotein) ที่มีผลต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้นเหตุของโรคหัวใจและความดัน รวมทั้งสามารถทำให้มีการอักเสบของผนังหลอดเลือด ซึ่งทำให้หลอดเลือดตีบง่ายขึ้น ส่งผลให้องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้หลีกเลี่ยงการบริโภคไขมันทรานส์ หรือไม่ควรบริโภคเกินกว่า 2.2 กรัม/วัน และควรพบความเข้มข้นในอาหารได้สูงสุดไม่เกิน 0.5 กรัมต่อหน่วยบริโภค วันที่ 13 มิถุนายน พศ2561  ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ […]

Read the full article →

กฎหมายเช่าซื้อรถฉบับใหม่ คุ้มครองผู้เช่าซื้อจ่ายดอกเบี้ยน้อยลง

July 13, 2018

ปกติที่ผ่านมา การเช่าซื้อรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ ฝ่ายผู้เช่าซื้อส่วนใหญ่มักจะถูกทางไฟแนนซ์ หรือผู้ปล่อยสินเชื่อ ซึ่งมีอำนาจต่อรองที่ดีกว่า กดผู้เช่าซื้อให้เสียเปรียบ ด้วยการกำหนดให้จ่ายดอกเบี้ยแบบ อัตราคงที่ หรือที่เรียกกันว่า Flat Interest Rate  ซึ่งเป็นอัตราที่ไม่มีการลดทั้งเงินต้น และดอกเบี้ยให้  ทำให้ประชาชนผู้ผ่อนรถอย่างเราๆรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม รู้สึกว่าตัวเองถูกเอารัดเอาเปรียบ ต้องแบกภาระดอกเบี้ยที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริง ด้วยเหตุนี้ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจึงได้ออก “ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2561” มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งคุ้มครองผู้ที่เช่าซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไปใช้เพื่อการส่วนตัวเท่านั้น ไม่คุ้มครองกรณีผู้เช่าซื้อเป็นนิติบุคคล หรือซื้อเพื่อการขนส่ง การค้า ธุรกิจหรือเพื่อสินจ้าง โดยได้กำหนดรูปแบบของสัญญาที่ผู้ประกอบธุรกิจในฐานะผู้ให้เช่าซื้อต้องจัดทำให้เป็นไปตามที่ประกาศกำหนด หากผู้ประกอบธุรกิจไม่ปฏิบัติตามจะต้องระวางโทษทั้งจำคุกและปรับ หลัก ๆ ที่แก้ไขจะเป็นเรื่องการคิดอัตราดอกเบี้ยกรณีผิดนัดชำระหนี้ การปรับลดดอกเบี้ยกรณีผู้บริโภคต้องการชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดในคราวเดียวกัน ค่าใช้จ่ายจากการบังคับยึดรถกรณีผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระหนี้เกินกำหนด ซึ่งเดิมผู้ให้สินเชื่อเช่าซื้อหรือบริษัทลีสซิ่งสามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการยึดรถจากผู้บริโภคได้ แต่กฎหมายใหม่กำหนดข้อห้ามไว้ การกำหนดให้แสดงรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการเช่าซื้อ อาทิ เงินต้น ดอกเบี้ย ค่างวดเช่าซื้อให้ชัดเจน เป็นต้น โดยตามประกาศบางข้อ ระบุว่าให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์นั้นจะต้องเป็นการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ให้เหมือนกับการคำนวณดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือที่เรียกว่า […]

Read the full article →