เอาผิดครูทารุณกรรรมเด็ก ฟ้องได้ทั้งแพ่งและอาญา

by admin on October 7, 2020

จากข่าวไทยรัฐกรณีครูโหดโรงเรียนดังแห่งหนึ่งทำร้ายเด็กนักเรียนอนุบาลหลายคนด้วยการตบตีอย่างรุนแรง บางคนก็ถูกเหวี่ยงจนกระเด็นล้มลงกับพื้น ผู้ปกครองได้เข้าแจ้งดำเนินการกับครูโหด

ครูทำร้ายร่างกายเด็ก เป็นทั้งความผิดทำร้ายร่างกาย การทารุณกรรมเด็กมีโทษทางอาญา และเป็นการละเมิดเรียกค่าสินไหมทดแทนทางแพ่งได้อีกด้วย

ครูที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายเด็ก การบังคับ ข่มขู่ ใช้วาจาที่ไม่เหมาะสม​ ตามที่ปรากฏในข่าว เป็นการใช้เด็กให้กระทำหรือประพฤติในลักษณะที่น่าจะเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ หรือขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี ทั้งนี้ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ ” อันเป็นความผิดฐานทารุณกรรมเด็ก ซึ่งเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26 (1) ซึ่งมาตรา 78 บัญญัติให้ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากจะเป็นความผิดฐานทารุณกรรมเด็ก ยังเป็นความผิดในทางอาญาฐานเจตนาทำร้ายร่างกายผู้อื่น​ มีโทษทั้งจำคุกและปรับ​ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ซึ่ง บัญญัติไว้ว่าผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระว่างโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากใช้กำลังทำร้าย ทำให้ผู้ถูกกระทำ มีบาดแผล โลหิตไหล ผู้ถูกกระทำได้รับอันตายแก่กายหรือจิตใจ​ อันเป็นความผิดตามมาตรา 295 ต้องระวางโทษจำคุก​ไม่เกินสองปี​ หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท​ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ครูมีหน้าที่ดูแลเด็ก ๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบในงานของตนเอง จึงเป็นการกระทำผิด ไม่เว้นแม้แต่ครูพี่เลี้ยงที่อยู่ในห้องในขณะที่เกิดเหตุและไม่ห้ามครูผู้กระทำความผิด ถือเป็นการงดเว้นไม่กระทำหน้าที่ดูแลคุ้มครองเด็ก ๆ รวมไปถึงการดูแลเด็กไม่ให้ได้รับอันตราย หากวางเฉยปล่อยให้เด็กในความดูแลได้รับอันตราย ก็เป็นการกระทำโดยงดเว้นได้เช่นกัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 59 วรรคท้าย

ในทางแพ่งผู้ปกครองอาจสามารถเรียกร้องความเสียหายและค่าสินไหมทดแทนจากการละเมิดจากครูได้

หากมีเด็กถูกทำร้ายหรือทารุณกรรมในทำนองนี้หลายคน การกระทำความผิดต่อเด็กหนึ่งคน หนึ่งครั้ง ย่อมเป็นความผิดสำเร็จหนึ่งกรรม หรือหนึ่งกระทง ซึ่งหากมีพยานหลักฐานว่าผู้กระทำความผิดได้กระทำต่อเด็กหลายราย หลายครั้ง ย่อมเป็นการกระทำความผิด หลายกรรมต่างกัน

ไม่ว่าอย่างไร ถึงแม้ว่าจะกล้องวิดิโอซึ่งเป็นหลักฐานการกระทำความผิดของครูก็ตาม แต่การกระทำดังกล่าวอาจจะเป็นไปโดยการบันดาลโทสะของครู ตามกฎหมายอาญามาตรา 72 ดังนั้นอาจจะได้รับโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด

Leave a Comment

Previous post:

Next post: