แนวคำพิพากษาศาลฎีกา
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และธุรกรรมดิจิทัล
ข้อความปลดหนี้ในเฟซบุ๊กมีผลตามกฎหมาย
คำสั่ง/คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6757/2560
สรุปแนวคำพิพากษา:
ในยุคดิจิทัลที่การสื่อสารทางออนไลน์เป็นเรื่องปกติ คำพูดหรือข้อความบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอาจส่งผลทางกฎหมายโดยไม่รู้ตัว คำพิพากษาศาลฎีกานี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การส่งข้อความทางเฟซบุ๊กที่มีเจตนายกหนี้ให้ลูกหนี้ สามารถถือเป็น “หลักฐานเป็นหนังสือ” ได้ตามกฎหมาย และทำให้เจ้าหนี้ไม่สามารถฟ้องเรียกเงินคืนได้อีก
บทความน่าสนใจ:
คดีนี้เกิดจากการที่โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงิน 595,000 บาท โดยมีสัญญาระบุชัดเจน แต่ภายหลังจำเลยไม่ได้ชำระคืนเงินต้น โดยชำระดอกเบี้ยเพียง 4 ครั้งเท่านั้น โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินคืนพร้อมดอกเบี้ย รวมเป็นเงินกว่า 730,000 บาทจำเลยนำข้อความที่โจทก์ส่งทางเฟซบุ๊กมายืนยันว่า โจทก์ยกหนี้ให้แล้ว ข้อความระบุว่า “เงินทั้งหมด 670,000 บาท ไม่ต้องส่งคืน ยกให้หมด ไม่ต้องส่งดอกอะไรมาให้ จะได้ไม่ต้องมีภาระหนี้สินติดตัว”แม้ข้อความนี้ไม่มีลายเซ็น แต่โจทก์ยอมรับว่าเป็นผู้ส่งจริง และปรากฏชื่อในระบบเฟซบุ๊ก ศาลฎีกาจึงเห็นว่าเป็น “ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” ที่สามารถใช้เป็นหลักฐานแสดงเจตนา “ปลดหนี้” ได้ตาม พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และถือว่ามีหลักฐานเป็นหนังสือตาม ป.พ.พ. มาตรา 340 แล้วศาลฎีกาจึงพิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์ เพราะหนี้ได้ระงับโดยการปลดหนี้ตามเจตนาที่แสดงไว้ทาง เฟซบุ๊ก
ข้อความในแชตปลดหนี้ได้ ถ้ามีเจตนาแน่ชัด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2085/2566
สรุปแนวคำพิพากษา:
เมื่อการติดต่อสื่อสารเปลี่ยนไปอยู่บนแอปฯ อย่างไลน์หรือวีแชต คำพูดที่พิมพ์ผ่านหน้าจออาจมีผลผูกพันทางกฎหมายมากกว่าที่คิด คำพิพากษาศาลฎีกานี้ชี้ให้เห็นว่า การปลดหนี้ผ่านข้อความแชตสามารถถือเป็นหลักฐานเป็นหนังสือได้ หากมีเจตนาชัดเจนและยืนยันตัวผู้ส่งได้ ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และ พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
บทความน่าสนใจ:
ในคดีนี้ โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ 105,000 บาท แต่จำเลยนำหลักฐานเป็นข้อความทางแอปฯ วีแชตที่โจทก์ส่งว่า “ไม่ต้องคืนเงินพี่แล้วนะ พี่ขอโทษกับเรื่องที่ผ่านมา และยังรักอยู่” ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการแสดงเจตนาปลดหนี้อย่างชัดแจ้ง และเป็น “ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ถือเป็นหนังสือตามกฎหมาย”แม้ข้อความจะไม่ได้ระบุจำนวนหนี้ชัดเจน แต่จากข้อเท็จจริงและคำเบิกความของโจทก์ หนี้ที่มีระหว่างกันมีเพียง 105,000 บาท และการให้เงินเล็กน้อยอื่น ๆ ถือเป็นการให้โดยเสน่หาจากความสัมพันธ์ส่วนตัว ไม่ใช่หนี้เงินกู้นอกจากนี้ แม้ข้อความจะส่งผ่านวีแชต ไม่ใช่ไลน์ที่ใช้ติดต่อกันมาก่อน แต่เมื่อติดต่อช่องทางเดิมไม่ได้ การเปลี่ยนช่องทางก็ไม่กระทบต่อความน่าเชื่อถือของข้อความ และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มาตรา 7 และ 8 ข้อมูลที่อยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์สามารถมีผลทางกฎหมายเทียบเท่าหนังสือได้ หากสามารถเข้าถึงและพิสูจน์ความหมายได้โดยไม่เปลี่ยนแปลงศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่า จำเลยได้รับการปลดหนี้โดยสมบูรณ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 340 และพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
